“การหยั่งรู้ในกำลังของจิตและกายสังขาร / แลในกิจและกาลฯ?”

….แต่จักต้องพินิจพิจารณาในเหตุและผล และในกาละ อันเหมาะสมด้วยเสมอ ลำพังสติปัญญา และความสามารถเพียงอย่างเดียว ใช่ว่าจะสามารถจะกระทำการใดๆนั้นได้สำเร็จเสมอไป!

“จิตยิ้ม-กายยิ้ม จิตสุข กายสุข”

“พระอะระหังเมตตา บุญจงรักษา ผู้ประพฤติธรรมจงมีดวงจิต

อันผ่องใสสว่าง เต็มเปี่ยมด้วยพลังแห่งเมตตา ทุกๆท่าน ทุกคนเทอญ อายุ วรรโณ สุขัง พลัง”

ครูบาอาจารย์ โปรดเมตตาชี้แนะธรรม

” สติ เสมือนยาม ที่คอยเฝ้าดูแลความเรียบร้อย ภายในบ้าน ถ้ามีผู้แปลกปลอม มาเยือน เรารู้ และไม่เปิดประตูต้อนรับเขาก็เข้ามาไม่ได้ ไม่ไปข้องแวะ ไม่สนใจเขา เพียงแต่คอยดูระแวดระวัง ไม่นาน เขาก็จะไปเอง ไม่ต้องไปทำอะไรเขาฯ “

“การตรวจดูบุญ-บารมี ด้วยตนเอง!?”

“เมื่อเธอทั้งหลายได้ทำความดีบำเพ็ญบุญมาแล้วนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บุญนั้นเปรียบเสมือนเป็นยาบำรุงอันวิเศษกว่ายาใดๆที่มีอยู่ในโลกนี้ ..ยาบุญเป็นยาวิเศษที่สามารถจะติดตามพวกเธอทั้งหลายไปได้ทุกภพทุกชาติแม้เธอได้สิ้นชีพไปแล้ว

…รับมอบ อัญเชิญ องค์พระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา มายังสยามประเทศ

ด้วยความปิติอิ่มเอิบในบุญ ที่พิเศษคือการที่ท่านอ.ทองทิพย์ โอภาโส ได้รับมอบพระบรมสารีริกธาตุ จากในพระเจดีย์ ที่พระเจ้าอโศกมหาราช ได้ทรงบรรจุไว้เมื่อ ๒๓๖ ปี หลังจากที่พระพุทธองค์ได้เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว เกือบ ๒,๒๐๐ กว่าปีมาแล้ว จาก ๑ ใน ๘๔,๐๐๐ พระเจดีย์

“กระจกเงายิ่งใสเท่าใด… ยิ่งจักสะท้อนแสงความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้มากเท่านั้น….

“วิธีดูผู้มีศีลอันบริสุทธิ์ ดูไม่ยากเลย!?..” ” สีเล นะ สุคติง ยันติ “

….อันผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์ ย่อมจักยังให้กายและใจ นั้นร้อนรุ่ม เสมือนถูกไฟแผดเผา อยู่เป็นนิจ แม้จะรู้สึกสุข ก็มิสามารถจะสุขอยู่ได้นาน…

คำสอนครู…!

…คนบางคน มักจะชอบเป็นคนคิดมาก…คิดแล้ว คิดอีก เรื่องไม่น่าคิดก็เก็บเอามาคิด เรื่องนิดน้อยที่ฉุกคิด ที่ได้ยินเพียงผ่านหูแว๊บเดียว ก็เก็บเอามาคิดเป็นวรรค เป็นเวร..เรียกว่า..คิดไม่ปล่อย..(แทนคำว่า..กัดไม่ปล่อย!!..)…เช่นนี้ มันจะทำให้เสียทั้งสุขภาพใจ และสุขภาพกาย

“ธรรมะคือธรรมชาติ / ธรรมชาติคือธรรมะ…เมื่อใจเข้าถึงสภาวะของธรรมชาติ ในทุกสรรพสิ่ง ธรรมะก็จะเกิดขึ้นในใจของตนเอง!!

….ปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ เอาจิตและกาย ห่างไกลจากธรรมชาติ อันบริสุทธิ์ จึงทำให้จิตและกาย เจ็บป่วยได้ง่าย